พวกเขาเก็บห้องนอนจนเหลือแต่ผนังเปล่าและที่นอนวางอยู่บนพื้น ผ้าคลุมปูทับตู้ลิ้นชักและเก้าอี้ไว้ ห้องดูกว้างและแปลกตาอย่างประหลาด เหมือนบ้านหลังหนึ่งก่อนที่จะมีคนเข้าไปอยู่ หรือหลังจากตัดสินใจกลับไปอยู่อีกครั้ง
แต่งงานกันมาสิบสี่ปี และทั้งคู่กำลังทาสีผนังกลับไปเป็นสีเดียวกับสัปดาห์ที่พวกเขาย้ายเข้ามาอยู่ — สีฟ้าอ่อนคล้ายชอล์กที่ไม่มีใครเลือกอีกเลยนับแต่นั้น แม้จะไม่มีใครพูดออกมาว่าทำไมถึงอยากได้สีนั้นกลับคืนมา
เขาไต่บันไดทำงานไปตามผนังข้างหน้าต่าง ขณะที่เธอจัดการกับแผ่นฝาสวิตช์ใกล้ตู้เสื้อผ้า คลายสกรูช้ากว่าที่จำเป็น เพราะสีชั้นสุดท้ายทำให้มันติดแน่นตามขอบ และเธอชอบแกะสิ่งที่ติดอยู่ออก
แผ่นฝาหลุดออกมา และใต้นั้นมีรอยดินสอบนปูนฉาบเปล่า ตัวเล็ก ๆ เป็นลายมือของเขาแบบเมื่อครั้งนั้น กลมกว่านี้ เลือนราง ณ จุดที่สีเก่าเกือบกลืนมันไปหมด
วันที่หนึ่ง วันที่ย้ายเข้ามาอยู่ของทั้งคู่ วันเดียวกับที่ยังอยู่บนการ์ดใบหนึ่งในกระเป๋าสตางค์ของเธอ
และใต้วันที่นั้น มีคำหนึ่ง — คำที่เธอเคยขอให้เขาเขียนไว้สักแห่งในบ้าน ครึ่งล้อเล่นครึ่งจริงจัง เพื่อให้มันยังคงเป็นจริงแม้ในวันที่ทั้งคู่ไม่ได้พูดมันออกมาดัง ๆ
เธอลืมไปแล้วว่าเคยขอเขาไว้ และยิ่งลืมไปเลยว่าเขาอาจจะทำมันจริง ๆ
เธอไม่ได้เรียกเขา เธอแค่ยืนอยู่ตรงนั้น มือถือแผ่นฝาที่คลายหลวม ๆ จนกระทั่งเขาสังเกตเห็นว่าเธอหยุดขยับ และเมื่อเขาลงจากบันไดมาเห็นสิ่งที่เธอกำลังมอง บางอย่างบนใบหน้าของเขาก็คลายออกช้า ๆ เหมือนกับที่แผ่นฝาคลายออกตามขอบ
เขาไม่ได้อธิบายอะไร ไม่มีอะไรต้องอธิบาย มันอยู่ตรงนั้นมาตลอด ใต้ทุกชั้นสีที่พวกเขาทาทับมันมาตั้งแต่นั้น
เขาเดินมาหาเธอโดยไม่พูดอะไร นิ้วโป้งของเขาสัมผัสรอยสีเลอะบนไหปลาร้าของเธอก่อนสิ่งอื่นใด ลูบมันเบา ๆ จนซึมเข้าผิว แผ่นฝายังอยู่ในมือเธอ ส่วนมืออีกข้างของเธอเลื่อนไปแตะเอวของเขาใต้เสื้อที่ปลดกระดุมไว้ และแนบอยู่ตรงนั้น
คืนนั้นผนังกลับมาเป็นสีฟ้าได้แค่ครึ่งเดียว ปูนเปลือยเหลืออยู่แค่รอยเดียวใต้ฝาสวิตช์ พร้อมคำคำหนึ่งอยู่บนนั้นที่ทั้งคู่ไม่ได้พูดออกมา ลูกกลิ้งยังวางอยู่ในถาดข้างประตูจนถึงเช้า เต็มไปด้วยสีและไม่มีใครแตะต้อง
